ะโกลาในเล้นทางสายไหม

างตะกั่วป่ามีที่ทอดสมอหลบมรสุมได้อย่างดี ทุกฤดูกาล ดร.ควอริตช์ เวลส์ กล่าวว่าเรือที่มาจากอินเดียใต้เมื่อเดินทางมาถึงหมู่เกาะอันดามัน จะต้องอ้อม หนึ่งเพื่อหลบภัยจากการแย่งของคนป่า บนหมู่เกาะเหล่านั้น อันมีเรือเล็กๆมีลูกศรเป็นอาวุธกล้าออกมารังแกเรือใหญ่ๆในเวลาคลื่นลมสงบ เมื่ออ้อมไปทางใต้ ไปตามช่องระหว่างหมู่เกาะอันดามัน กับหมู่เกาะนิโคบาร์แล้วเรือจะแล่นตรง ไปยัง ตะกั่วป่า อย่างเหมาะเจาะที่สุด

   สำหรับทางฝั่งตะวันออกนั้น ก็มีอ่าวบ้านดอน ซึ่งประกอบด้วยเกาะและฝั่งอ่าวที่ อาจจะบัง มรสุมตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเรือ อาจทอดสมอได้อย่างสบายทุกฤดูกาล และที่สำคัญยิ่งไปกว่านี้ก็คือ อ่าวบ้านดอนมีแม่น้ำตาปี ลึกเข้าไป ทางตะกั่วป่า ก็มีแม่น้ำตะกั่วป่าเข้ามาทำให้มีการขนถ่ายสินค้า บนบก ตอนที่เชื่อมกันเหลือน้อยมาก ในสมัยโบรานแม่น้ำเหล่านี้ ยังลึกจนทำให้นักสำรวจเชื่อว่า การขนถ่ายสินค้าบนบกที่จะต้อง ทำระหว่างปลายแม้น้ำทั้งสองนั้นมีประมาณ สัก 5-6 ไมล์ เท่านั้น

   เมื่อพิจารณากันในด้านภูมิประเทศ สำหรับทำกสิกรรม ก็จะเห็นได้ว่าแม้ทางฝั่ง ตะกั่วป่า จะไม่มีที่ดินอันเหมาะเจาะไม่มีที่ดินอันเหมาะสม เมื่อข้ามฝั่งมาทาง ตะวันออก ก็พบว่าที่ดินอันอุดมสมบูรณ์ และเป็นชนิดที่ชาวอินเดียรู้จักมาแล้วเป็นอย่างดี ตั้งแต่ยังอยู่ ในอินเดีย คือแบบราบ อันเกิดจากการตื้นเขินของสองฝั่งแม่น้ำอันใหญ่โตพอที่จะหล่อเลี้ยงผู้คนจำนวนมากมาย ได้ ดร.ควอริตช์ เวลส์ ได้เขียนว่า เพียงแต่ชาวอินเดียขึ้นฝั่งที่ ตะกั่วป่า เดินมุ่งมาทางตะวันออก พอสัก ว่าถึงสันแผ่นดิน (Watershed) เมื่อจวนถึงหมู่บ้านสก ยืนบนที่สูง แล้วมองไปยังทิศตะวันออก ข้างหน้าชาวอินเดียเหล่านั้นจะตื่นเต้นและร้องอุทานว่า "ดินแดนที่ฝันเห็น" (Land of Promise)นั้น เราได้มาถึงแล้ว อาจมีผู้คิดว่า แม่น้ำตะกั่วป่าเล็กเกินไปกว่าที่จะสนองความสะดวกในการขนถ่ายสินค้าข้ามแหลมดังกล่าวนั้นได้ ข้อนี้จะต้องทำความเข้าใจกันเสียก่อน ว่าความเปลี่ยนแปลง ของแม่น้ำนั้นมีมาก อย่างไม่น่าชื่อ เมื่อสมัยก่อน เรือสำเภาจีน ขนาดสมุทรเข้ามาได้ บัดนี้ แม้แต่เรือ เล็ก ๆ นั่งกัน 3-4 คน ก็ยังขึ้นลงลำบากเสียแล้วในทำนองเดียวกันแม่น้ำทางฝ่ายอ่าวบ้านดอนเริ่มตั้งแต่หมู่บ้านสก เป็นต้นทางที่อาจจะเริ่ม ใช้เรือเล็ก ๆล่องลงไป ตามลำน้ำคีรีรัฐ ซึ่งตอนล่างจะยิ่งกว้างขึ้นจนกระทั้งไปบรรจบ กับแม่น้ำตาปี

   เมื่อพิจารณาถึงคลองตะกั่วป่าแล้วจากสภาพของข้อเท็จจริง นั้น คือซากเรือเดินทะเลขนาดใหญ่หลายลำจมลึก อยู่ใต้โคลนก้นคลอง ตอนปลายคลอง ในปัจจุบันนี้เรือลำเล็กก็ล่องไปมาไม่ได้ เว้นแต่ฤดูฝน คลองตะกั่วป่าในปัจจุบันมีอายุตั้ง สองพันปีขึ้นไป การตื้นเขินมีได้ด้วยอำนาจของกาลเวลา และการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาของธรรมชาติ รวมทั้งการทำเหมืองที่ปล่อยน้ำโคลน ลงไป ในคลองของมนุษย์เองด้วย ซึ่งทำให้ผู้ เหลือบตาดูอย่างผิวเผิน หรือเพียงนักท่องเที่ยวผ่านไปทาง รถยนต์หรือนักท่องเที่ยว ไปยังหมู่เกาะสิมิลัน ในทะเลอันดามัน ซึ่งเคยเป็นที่ทอดสมอเรือ กำบังลมมรสุม ของชาวอินเดียสมัยโบราณ

   ความไม่คิดว่าเป็นแม่น้ำใหญ่ และจะไม่สามารถเชื่อว่าเป็นแม่น้ำใหญ่ที่ถูกใช้ในการขนถ่ายสินค้า ของชาวอินเดียในสมัยโบราณ พันกว่าปีมาแล้ว ที่ ตะกั่วป่า (TAKUAPA) หรือ ตะโกลา TAKOLA ในอดีต เป็นเหมือนปากประตูของดินแดนรอบอ่าวบ้านดอนที่เปิดรับชาวอินเดีย เข้ามาตั้งบ้านเมืองจนดินแดนรอบอ่าวบ้นดอนเต็มไปด้วยซากโบราณสถาน

   ฉะนั้นเราควรศึกษาเรื่องราวของ "ตะโกลา " TAKOLA ให้ละเอียดต่อไปอีกสักหน่อย ดร. ควอรัตช์ เวลส์ นักศึกษาโบราณคดีชาวอังกฤษได้มาสำรวจเส้นทางข้ามแหลม สายตะกั่วป่า ถึงอ่าวบ้านดอน เมื่อ พ.ศ. 2478โดยความมุ่งหมายที่จะค้นหารอยทางที่ชาวอินเดีย ได้ผ่านมาทางนี้ และเลยข้ามทะเล ไปทางอินโดจีนทางหนึ่งและอีกทางหนึ่งข้ามทะเล ลงทางใต้ไปยังประเทศ อินโดนีเซีย ข้อนี้แสดงให้เห็นว่า อารยธรรม อินเดียและการทำมาค้าขาย ทำธุรกิจ ของ ชาวอินเดียโบราณ ได้ ย่างเหยียบลงที่แผ่นดิน "ตะโกลา" TAKOLA ในอดีต หรือ ตะกั่วป่า TAKUAPA ในปัจจุบัน เป็นแห่งแรก ข้ามแหลมมาทาง ตะวันออกถึงอ่าวบ้านดอน แล้ว จึง กระจายไปทั่วเอเชียอาคเนย

   อย่างน่าสนใจเพียงไร ถ้าไม่มีเหตุการณ์ อันนี้แล้ว เชื่อว่าดินแดนรอบอ่าวบ้านดอนโดยเฉพาะ ที่ไชยา คงไม่มีโบราณสถาน โบราณวัตถุ อยู่อย่างมากมาย และทั้งอินเดียกว่า เก่ากว่าที่พบทางถิ่น อื่น ๆ ที่เป็นปลายสายออกไป ฉะนั้นเราจะได้พิจารณาร่องรอยของชาวอินเดียที่มาทำการค้าขาย ทำ ธุรกิจ พร้อมทั้งนำเอา อารยธรรม อินเดีย มาสู่ดินแดนสุวรรณภูมิ เริ่มต้นที่ "ตะโกลา" TAKOLA

   ในส่วนของโบราณสถาน โบราณวัตถุ ท่านที่สนใจหาอ่านได้จาก หนังสือของท่าน "พุทธทาสภิกขุ" เรื่อง "หนังสือแนวสังเขป ของโบราณคดี รอบอ่าวบ้านดอน" ซึ่งเนื้อหาสาระ และประวัติศาสตร์ของ เมือง ตะกั่วป่า (TAKUAPA) ปัจจุบัน หรือ ตะโกลา (TAKOLA) ในอดีต อยู่ในหนังสือเล่มนี้ผู้จัดทำ Web Site ได้ค้นคว้าแล้วนำเสนอ ให้ท่านผู้สนใจ ในประวัติศาสตร์ ของเมืองตะกั่วป่า ได้อ่านพอสังเขป และผู้จัดทำ Web Site จึงได้ตั้งชื่อ DOMAIN NAME ของผู้จัดทำ Web Site ใช้ชื่อว่า TAKOLA.COM ซึ่งเป็นชื่อเดิมของเมือง ตะกั่วป่าและเป็นบ้านเกิดของผู้จัดทำ Web Site เอง

ถ้าท่านสนใจจะแสดงความคิดเห็น ที่ : jakkrod @takola.com

ที่อยู่ ตะโลา.คอม info.takola@yahoo.com Tel.: 02 - 246 4357 Fax: 02 - 641 9253