พังงาขุดเมืองท่าอายุ 1,200 ปี
จากหนังสือ อนุสาร อสท ฉบับเดือน มิถุนายน
2546
เจ้าหน้าที่จากพิพิธภัณสถานแห่งชาติ ภูเก็ต
เข้าขุดค้นโบราณสถานในตำบลเกาะคอเขา อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา
พบศาสนสถาน 3 แห่งมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 13-14 หรือประมาณ 1,200
ปีที่ผ่านมา และสามารถขึ้นรูปบูรณะได้ รามถึงโบราณวัตถุอีกหลายร้อยชิ้น
เช่น เครื่องแก้วโรมัน ลูกปัด ถ้วยโบราณสีเขียวจากเปอร์เซีย
โดยโบราณวัตถุทั้งหมดที่ขุดพบจะเก็บไว้บริเวณที่
เดิมไม่นำออกไปจากพื้นที่แต่อย่างใดเมื่อบูรณะโบราณสถานบริเวณดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์
พังงาจะมีแหล่งท่องเที่ยวที่ล้ำค่าทางประวัติศาสตร์มากที่สุดในย่านทะเลอันดามัน
สอดคล้องกับการจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของจังหวัด และเป็น
การกระจายรายได้สู่ชุมชนพื้นที่แห่งนี้กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานตั้งแต่ปี
2478 เพราะเดิมเป็นเมืองท่าเชื่อมโยงการค้าระหว่างยุโรปไปยังจีน
หรือจากเปอร์เซียไปยังจีน
โดยมีคลองศรีเสนาที่ปากน้ำอยู่ในพื้นที่อำเภอตะกั่วป่า
ปลายน้ำอยู่ในอำเภอกะปง
และเมื่อแล่นเรือจนสุดปลายน้ำแล้วสามารถเดินเท้าไปยังคลองพุมดวง
จังหวัดสุราษฎร์ธานีแห่งอาณาจักรศรีวิชัยได้
นับเป็นการเชื่อมโยงวิถีชีวิตชุมชนโบราณระหว่างฝั่งทะเลอันดามันและฝั่งทะเลอ่าวไทย

เทวรูปหินพระวิษณุ พระศิวะ และพระลักษมีทั้งสามองค์นี้เป็นฝึมือช่างปัลลวะในอินเดียใต้
(พุทธศตวรรษที่ 12-14) พบที่ตำบลเหล อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา
ในสมัยรัชกาลที่ 5 ครั้งเมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้า ฯ
ทรงดำรงพระยศเป็นพระมกุฏราชกุมาร ได้เสด็จทอดพระเนตรเทวรูป 3 องค์
โผล่พระพักตร์และลำพระองค์ออกมาจากโคนต้นตะแบก
ไม่มีผู้ใดทราบว่าแรกเริ่มเดิมที เทวรูปเหล่านี้อยู่ที่ใดมาก่อน
หรือเคลื่อนย้ายมาแต่ที่ใดจึงถูกตะแบกหุ้มไว้เช่นนั้น
ลักษณะทรงผมและผ้านุ่งห่มแสดงแบบอินเดียชัดเจนปัจจุบัน เทวรูปทั้งสามองค์นี้เก็บรักษาอยู่ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ
นครศรีธรรมราช |