พบชุมชน1,300ปี
เหมืองทองพังงาสมบัติสมัยราชวงศ์ถัง
พบแหล่งโบราณคดีใหญ่สมัยราชวงศ์ถังและเปอร์เซียที่บ้านทุ่งตึก จ.พังงา
เชื่อเป็นเมืองท่าโบราณชื่อ "ตักโกลา" อายุกว่า 1,300 ปี
กรมศิลปากรเผยพบวัตถุโบราณล้ำค่าเพียบ ทั้งแหวนทองคำ ลูกปัดสารพัดสี
พระหัตถ์ของพระโพธิสัตว์ พระพุทธรูปปางสมาธิ
เตรียมส่งกระทรวงวิทยาศาสตร์หาอายุให้แน่ชัด
นายวีรสิทธิ์ ชูแสงทอง ผอ.สำนักงานศิลปากรที่ 15 จังหวัดภูเก็ต
กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า
จากการดำเนินการสำรวจขุดค้นแหล่งโบราณคดีที่บ้านทุ่งตึก
หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "เหมืองทอง" ในพื้นที่ 100 ไร่ บนเกาะคอเขา
ด้านทิศตะวันออกติดกับพื้นที่ป่าชายเลน หมู่ 4 ต.เกาะคอเขา อ.ตะกั่วป่า
จ.พังงา พบซากโบราณสถานขนาดเล็กจำนวน 7 หลัง ตั้งเรียงรายกัน
ภายในขุดพบกระเบื้องดินเผามุงหลังคาจำนวนมาก บริเวณด้านนอกพบบ่อน้ำโบราณ 1
บ่อ คาดว่าเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนโบราณชื่อ ตักโกลา
ซึ่งเป็นเมืองท่าสำคัญที่ปรากฏอยู่ในจดหมายเหตุภูมิศาสตร์ปโตเลมี
และคัมภีร์มหานิเทศ ราวพุทธศตวรรษที่ 7-16
ซึ่งเคยเป็นเมืองท่าการค้าสมัยโบราณอายุกว่า 1,300 ปี
ผอ.สำนักงานศิลปากรที่ 15 กล่าวต่อว่า
สำหรับโบราณวัตถุที่ขุดพบจากโบราณสถานทั้ง 7 หลัง
ประกอบด้วยภาชนะดินเผาพื้นเมืองเป็นเนื้อดินประดับด้วยลวดลายต่างๆ เช่น
ลายประทับรูปทรงเรขาคณิต รูปสี่เหลี่ยม รูปหยักแบบฟันปลา ลายตาราง ฯลฯ
นอกจากนั้นยังพบพวยกา ภาชนะใส่น้ำโบราณ ก่อนที่จะพัฒนาเป็นกาน้ำรูปทรงต่างๆ
ในปัจจุบัน ภาชนะดินเผาของจีนสมัยราชวงศ์ถัง ประมาณพุทธศตวรรษที่ 13-14
หรือเมื่อ 1,300 ปีมาแล้ว
ซึ่งนักประวัติศาสตร์ระบุว่าเป็นช่วงระยะเวลาที่ชาวจีนได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ดังกล่าว
และมีการค้าขายส่งออกเครื่องถ้วยจีนกับต่างประเทศ
"การค้นพบดังกล่าว
แสดงให้เห็นว่าบริเวณบ้านทุ่งตึกเป็นเมืองท่าที่เป็นศูนย์กลางการนำเข้าเครื่องถ้วยจีน
เพื่อส่งขายยังประเทศอื่นๆ ต่อไป ที่สำคัญการค้นพบแหล่งโบราณสถานแห่งนี้
ยังค้นพบภาชนะดินเผาเปอร์เซียเคลือบสีฟ้า
ซึ่งน่าเสียดายว่าไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่จะบอกถึงรูปทรงได้
แต่จากการศึกษาทราบว่าภาชนะดังกล่าวเป็นของชาวเปอร์เซียที่แพร่หลายในยุคเดียวกับเครื่องเผาสมัยราชวงศ์ถัง
นอกจากนี้ยังพบประติมากรรมเป็นชิ้นส่วนพระหัตถ์ขวาถือลูกประคำของพระโพธิสัตว์
เทวรูปในศาสนาพราหมณ์ เช่น พระคเนศวร์
พระพุทธรูปปางสมาธิและพระพิมพ์ดินเผาของไทย
แสดงถึงความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาในอดีต
กระจัดกระจายอยู่เป็นจำนวนมากด้วย นายวีระสิทธิ์ กล่าว
นายวีรสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ยังพบเครื่องประดับที่มีค่าอาทิ
แหวนทองคำขนาดเล็ก ลูกปัดคาร์เนเลี่ยนลักษณะเป็นแก้วสารพัดสีทั้งสีน้ำเงิน
เขียว แดง ขาว ดำและลูกปัดที่มีลวดลายต่างๆ โดยเฉพาะลูกปัดที่มีตาชั้นเดียว
ลูกปัดแก้วใสเคลือบทับทองอยู่ด้านในที่หายากมาก
สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากประเทศอินเดียหรือตะวันออกกลาง
ซึ่งจากการค้นพบแหล่งโบราณคดีอายุกว่า 1,300 ปีนี้
อธิบายได้ว่าเมืองนี้เป็นจุดศูนย์กลางที่เชื่อมระบบการค้าทางทะเลระหว่างดินแดนแถบตะวันตก
อาทิ อาหรับ อินเดีย รวมถึงทวีปยุโรปกับดินแดนแถบตะวันออก
ที่มีจีนเป็นตลาดการค้าใหญ่
การขุดค้นพบครั้งนี้ถือว่าเป็นการพบครั้งสำคัญของประเทศไทย
ไม่เพียงแต่เป็นเมืองท่าการค้าขายสมัยโบราณ
อายุมากกว่าหนึ่งพันปีก่อนที่จะมาเป็นสยามประเทศและประเทศไทยปัจจุบัน
และยังค้นพบโบราณวัตถุที่มีค่าจำนวนมหาศาลด้วย
หลักฐานที่ขุดพบครั้งนี้จะต้องนำไปพิสูจน์เพื่อกำหนดอายุทางวิทยาศาสตร์อีกครั้ง
เพื่อใช้เป็นแหล่งอ้างอิงและศึกษาชุมชนโบราณของประเทศต่อไป นายวีระสิทธิ์
กล่าว
แหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก
ฉบับวันที่ 07 กรกฎาคม 2547 |