(จำลอง)

 

"โบราณสถานนั้นเป็นเกียรติของชาติ  อิฐเก่าๆ แผ่นเดียวมีค่าควรที่เราจะช่วยกันรักษาไว้  ถ้าเราขาดสุโขทัย  อยุธยา  และกรุงเทพฯ  แล้วประเทศไทยก็ไม่มีความหมาย"  กระแสพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และยังได้พระราชทานกระแสพระราชดำริว่า...โบราณวัตถุและศิลปวัตถุของท้องถิ่นใด ก็ควรเก็บรักษาและตั้งแสดงไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติของจังหวัดนั้น ๆ...

จากกระแสพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้ผมต้องคิดและน้อยใจอยู่เสมอเมื่อได้อ่านหนังสือต่างๆ ที่เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับ ตะโกลา หรือ ตะกั่วป่า การขุดค้นทางโบราณวัตถุและยังไม่เคยมีหนังสือเล่มใด ที่ไม่เคยกล่าวถึง พระนารายณ์ ที่ได้ขุดพบที่ เทวรูปพระนารายณ์ขนาดใหญ่กว่า 3 เมตร และที่วัดนารายณิการามมีรูปจำลองของเทวรูปทั้ง 3 องค์ สุดท้ายก็ต้องลงด้วย "ปัจจุบันได้ถูกจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง จังหวัดภูเก็ต"

มีการขุดและบูรณะโบราณสถานหลายๆ แห่งในเขตอำเภอตะกั่วป่า แต่หลังจากเวลาผ่านไปสักนิดหน่อยทุกอ่างก็กลับมาอยู่ในสภาพเก่าๆ ดังเดิม รกร้างไม่มีใครให้ความสำคัญกับสิ่งที่บรรพบุรุษของเราที่ได้ต่อสู้ลงแรงสร้างกันไว้ อีกหน่อยก็คงจะไม่เหลือแม้แต่  อิฐเก่าๆ สักแผ่น...

"ตะวันตก ตะกั่วป่า
กะปง คลองลึกดี
ตะวันออก คือพนม
ไชยา อาคเนย์
เส้นทาง ชาวอินเดีย
เป็นเส้น ทางแพรไหม
เหตุผล ที่เด่นชัด
พายุ ในฤดู
เขาสก สันปันน้ำ
หลักฐาน ศิลาแลง
เขตพังงา บ้านรมณีย์
เป็นท่า เรียกว่าเหล
คีรีรัฐนิคม เป็นทะเล
อาณาจักร ศรีวิชัย
จีนเปอร์เซีย เดินผ่านไทย
ลดเวลาอ้อมมลายู
โจนสลัด คอยข่มขู่
มรสุม รุมรุนแรง
อารยธรรม สู่หลายแหล่ง
พระนารายณ์ รูปเทวะ"
ประพันธ์โดย เดโช บุญชูช่วง วัดปากเหล
คัดมาจากหนังสือ อสท ฉบับที่ 8 มีนาคม 2544

หลักฐานสำคัญทางโบราณคดีว่าอารยธรรมอินเดียเข้ามาถึงดินแดนแถบนี้ คือการขูดค้นพบเทวรูปพระนารายณ์ หรือพระวิษณุบนเขาเวียง ที่อำเภอกะปง และถ้วยชามของใช้อีกมาก ปัจจุบันหาดูได้ที่วัดนารายณิการาม หรือวัดเหล