จากผู้เขียนบทความ ใช้นามปากกาว่า
ทศพรรษ พชร ซึ่งบทความส่วนใหญ่จะเขียนเรื่องทางวรรณคดี
และได้ลงตีพิมพ์ในหนังสือ ต่วยตูน มาแล้ว
หลายฉบับอาทิเช่น เรื่อง
- ร้อยเรื่องเมืองตะกั่วป่า
- บรรยากาศงานแสดงการบินครั้งแรกในสยามที่ปรากฏในวรรณกรรมไทย
- นามสกุลพระราชทานใน จ.พังงา
จากหลายๆ บทความวันนี้ผมเองก็ได้รับอนุญาต
ในการเผยแพร่บทความอันเป็นประโยชน์ และเป็นความรู้แก่เพื่อนๆ ชาวตะโกลา
"นามสกุลพระราชทานใน จ.พังงา"
อย่างที่ตั้งชื่อเรื่องไว้ว่า
"นามสกุลพระราชทานใน จ.พังงา"
จะกล่าวถึงเรื่องนามสกุลพระราชทานในจังหวัดพังงา
ก็อาศัยจากการตั้งสมมติฐานเอาว่าในเมื่อเมืองตะกั่วป่าเป็นเมืองหนึ่งที่มีความเจริญสูงในอดีต
มีพระมหากษัตริย์ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯหลายครั้ง
ก็น่าที่จะมีผู้คนได้รับหรือขอพระราชทานนามสกุลบ้างเป็นแน่
สาเหตุที่ผมขยายฐานการค้นคว้าเป็นระดับจังหวัดเพราะว่าคนสมัยก่อนนิยมการมีลูกมากประกอบกับการกระจายตัวของประชากรในปัจจุบันมีอัตราสูงขึ้น
ลูกหลานของคนเหล่านั้นตอนนี้อาจจะมีอยู่ทั่วสารทิศ
ไม่ได้อยู่แต่เฉพาะในเมืองตะกั่วป่าเท่านั้นและอาจจะไม่ทราบเสียด้วยซ้ำว่าบรรพบุรุษของตนมีความเป็นมาอย่างไร
ขอเท้าความก่อนว่าก่อนที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวจะโปรดเกล้าฯให้ประกาศใช้พระราชบัญญัติขนานนามสกุล
พุทธศักราช 2456 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ วันที่ 22 มีนาคม 2455
นั้นคนไทยยังไม่มีนามสกุล
หากจะกล่าวถึงบุคคลใดก็มักจะกล่าวถึงจุดเด่นของบุคคลนั้นใน 5 ลักษณะ คือ
- ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ใด เช่น ตามีบ้านบุ , นางนากพระโขนง
- จุดเด่นในร่างกาย เช่น ยายน้อยค่อม , นายจันหนวดเขี้ยว
- การประกอบอาชีพ เช่น จีนยูช่างทำฟัน , นายหรีดเปรียญ ,
หลวงโอสถนอกราชการ
- สมญานามหรือฉายา เช่น บุษบาท่าเรือจ้าง , แมวอิเหนา
- เท้าความถึงวงศาคณาญาติ เช่น อ้ายมิ่งลูกตามา , นายแช่มบุตรหลวงเทพฯ
หลังจากมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติดังกล่าวก็เป็นหน้าที่ของข้าราชการและชาวบ้านในการมาขึ้นทะเบียนนามสกุลของตนโดยอาจให้เจ้าหน้าที่คิดให้
นามสกุลนั้นต้องมีความหมายดีเป็นสิริมงคลเช่นเดียวกับการตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลและลูกหลานที่จะใช้สืบต่อไป
นอกจากจะให้เจ้าหน้าที่ตั้งให้
บางคนก็อาจจะให้พระสงฆ์ที่เคารพนับถือตั้งให้
นอกจากนี้บรรดาข้าราชบริพารใกล้ชิดและประชาชนทั่วไปหรือคนโปรดของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวก็มักทูลขอพระราชทานนามสกุลจากพระองค์หรือพระองค์พระราชทานให้เองก็มี
โดยได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาอย่างชัดเจน
ต่อมาคุณเทพ
สุนทรศารทูลได้รวบรวมจัดพิมพ์ไว้เป็นหนังสือชื่อ นามสกุลพระราชทาน 6,432
สกุล นับว่าเป็นจำนวนมากทีเดียว
นามสกุลแรกของไทยนั้นทรงพระราชทานให้เจ้าพระยายมราช (ปั้น)
เสนาบดีกระทรวงนครบาล พระราชทานนามสกุลว่า สุขุม ประกาศวันที่ 23
มิถุนายน 2456 ในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 30 ภาค 1
นามสกุลสุดท้ายคือลำดับที่ 6,432
นั้นทรงพระราชทานให้นายประดิษฐ์ ผู้ช่วยนายเวรกรมบัญชีกลาง
กระทรวงพระคลังมหาสมบัติ พระราชทานนามสกุลว่า ตันตริยานนท์ ประกาศ ณ
วันที่ 1 สิงหาคม 2468 ในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 42 ภาค 1 หน้า 1,392
และในจำนวนนามสกุลทั้งหมดนี้พบนามสกุลพระราชทานในจังหวัดพังงาทั้งสิ้น
21 นามสกุลด้วยกันดังนี้ (
ตัวเลขด้านหน้าคือลำดับที่ของนามสกุลที่ได้รับพระราชทาน-ผู้เขียน)
- 2307 รองอำมาตย์เอก ขุนประสาตร์เวชสาร (สาย)แพทย์ประจำเมืองตะกั่วป่า
พระราชทานนามสกุลว่า กาลเศรณี
- 2309 รองอำมาตย์โท หลวงนรเทศภักดี (คล้าย)ปลัดเมืองตะกั่วป่า
มณฑลภูเก็ต พระราชทานนามสกุลว่า สิงหเสม
- 2310 รองอำมาตย์โท ขุนอานุภาพภักดี (วัน)ยกกระบัตรเมืองตะกั่วป่า
มณฑลภูเก็ต กับนายเพียร แลนายพิณ ยกกระบัตรเมืองพัทลุง แลนายรุ่น น้อง
พระราชทานนามสกุลว่า พฤกษะศรี
- 2311 รองอำมาตย์โท ขุนถลางเถลิงศักดิ์ (เพิ่ม)ปลัดเมืองพังงา
มณฑลภูเก็ต กับนายสาย บิดา พระราชทานนามสกุลว่า กนิษฐายน
- 2323 รองอำมาตย์เอก หลวงกระบินทน์ธุรารักษ์ (จร)ผู้รั้งราชการเมือง
เมืองตะกั่วป่า มณฑลภูเก็ต พระราชทานนามสกุลว่า ศกุนตลักษณ
- 2326 รองอำมาตย์โท หลวงโลหภูมิพิทักษ์ (หนูวงษ์) นายอำเภอตะกั่วทุ่ง
มณฑลภูเก็ต พระราชทานนามสกุลว่า เศวตะดุล
- 2328 รองอำมาตย์โท หลวงพินิจอักษร (ท้วม) กรมการพิเศษเมืองพังงา
มณฑลภูเก็ต พระราชทานนามสกุลว่า จันทนานนท์
- 2331 รองอำมาตย์ตรี ขุนชำนาญชนานุวัตร (เน้า) นายอำเภอทุ่งมะพร้าว
เมืองพังงา มณฑลภูเก็ต กับขุนสนิทภักดี (เพรา)บิดา พระราชทานนามสกุลว่า
พรหมภัทร์
- 2353 รองอำมาตย์ตรี ปั้น นายอำเภอปากน้ำเมืองตะกั่วป่า มณฑลภูเก็ต
พระราชทานนามสกุลว่า สวัสดิสิงห์
- 2356 รองอำมาตย์โท ขุนปลูกนิสัยเหมาะ (ฉัย) ธรรมการเมืองพังงา กับนายปุ่น
บิดา พระราชทานนามสกุลว่า ยวนะปุณฑ์
- 2358 รองอำมาตย์โท ผล ธรรมการเมืองตะกั่วป่า กับนายฟัก บิดา
พระราชทานนามสกุลว่า สุวรรณภัค
- 2835 นายหมู่โท เพียร ผู้กำกับลูกเสือภูเก็ตที่ 4 บริรักษ์บำรุง
เมืองพังงา มณฑลภูเก็ต พระราชทานนามสกุลว่า บุณยะผลึก
- 3897 นายร้อยตำรวจโท กล๊ะ ผู้บังคับกองตำรวจภูธรจังหวัดพังงา
พระราชทานนามสกุลว่า ลัญชานนท์
- 3907 รองอำมาตย์โท ขุนบริบาลธนกิจ (แช่ม) พนักงานคลังจังหวัดพังงา
พระราชทานนามสกุลว่า จินตะนานุช
- 3945 รองอำมาตย์เอก หลวงราชอาญัติ (กล่อม)
ผู้พิพากษาศาลจังหวัดตะกั่วป่า พระราชทานนามสกุลว่า ประทีป ณ ถลาง
- 4382 ผู้กำกับโท ทรัพย์ ครูใหญ่โรงเรียนเสนานุกูล จังหวัดตะกั่วป่า
กับนายดำ ปู่ นายเผือก บิดา พระราชทานนามสกุลว่า ยูวนะวัต
- 4383 ผู้กำกับโท เล็ก ครูใหญ่โรงเรียนบริรักษ์บำรุง จังหวัดพังงา
พระราชทานนามสกุลว่า ฐิโตปะการ
- 4386 รองผู้กำกับโท เกียรติ์ ครูประจำโรงเรียนบริรักษ์บำรุง
จังหวัดพังงา กับนายตู้ บิดา พระราชทานนามสกุลว่า บุณะกานนท์
- 4711 รองผู้กำกับโท กฤติน ครูผู้ตรวจอำเภอทับปุด จังหวัดพังงา
พระราชทานนามสกุลว่า บุญลิปตานนท์
- 4712 รองผู้กำกับโท เจษฏ์ ครูผู้ตรวจการอำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา
พระราชทานนามสกุลว่า อันติมานนท์
- 4763 นายหมู่ลูกเสือโท เพน ครูผู้ตรวจการอำเภอตะกั่วทุ่ง
จังหวัดพังงา กับนายกลิ่น บิดา พระราชทานนามสกุลว่า กันธานนท์
จากการศึกษานี้พบว่าในปัจจุบันนั้นบางนามสกุลไม่ปรากฏในตะกั่วป่าหรือจังหวัดพังงาแล้วก็มี
บางนามสกุลยังพบอยู่แต่หาผู้ที่จะเล่าถึงความเป็นมาของบุคคลในตระกูลได้ยาก
บางนามสกุลกลับไปพบในจังหวัดที่ห่างไกลจากจังหวัดพังงาเสียด้วยซ้ำ
ทราบมาว่าที่สถาบันราชภัฏภูเก็ตมีการรวบรวมรายชื่อนามสกุลพระราชทานของจังหวัดไว้ที่ศูนย์วัฒนธรรมโดยจัดเป็นแผ่นป้ายจารึกไว้เลยทีเดียว
นับว่าเป็นการนำเสนอที่น่าสนใจและสร้างความภาคภูมิใจแก่ลูกหลานในตระกูลอย่างยิ่ง
ตามปกติแล้วในการพระราชทานนามสกุลนั้นจะมีใบประกาศนามสกุลพระราชทานแผ่นหนึ่งมอบให้กับผู้ได้รับพระราชทานด้วย
(เคยเห็นใบประกาศพระราชทานนามสกุล หงสกุลแก่พระยาสามภพพ่าย
ซึ่งทายาทยังคงเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี
ไม่ทราบเหมือนกันว่าทายาทของผู้ได้รับพระราชทานนามสกุลในจังหวัดพังงาเหล่านี้จะยังคงเก็บรักษาไว้หรือไม่)
นอกจากการประกาศให้คนไทยใช้นามสกุลแล้ว
ต่อมาพระองค์ยังทรงเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นด้วย คือ ให้ใช้ พุทธศักราช แทน รัตนโกสินทรศก
เปลี่ยนแปลงการนับเวลาของทางราชการแบบใหม่ให้สอดคล้องกับสากลนิยม
โดยถือเวลาหลังเที่ยงคืนเป็นเวลาเปลี่ยนวันใหม่
กำหนดคำนำหน้านามสตรีที่ยังไม่แต่งงานว่า นางสาว แทนคำว่า อำแดง
และสตรีที่มีสามีแล้วว่า นาง กำหนดคำนำหน้านามเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15
ปีว่า เด็กชาย , เด็กหญิง
นับว่าเป็นพัฒนาการทางสังคมอีกก้าวหนึ่งของสังคมไทย
บทความจาก ทศพรรษ พชร |