จดหมายเหตุพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ประพาสเมืองตะกั่วป่า ร.ศ.128

พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งทรงดำรงอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมราชโอรสาธิราชฯ สยามมงกุฎราชกุมาร ทรงพระราชนิพนธ์ในลักษณะจดหมายเหตุรายวัน รวม 12 ฉบับ ทรงใช้นามแผงว่า "นายแก้ว" ซึ่งในฉบับที่ 4 ระหว่างวันที่ 20 - 24 เมษายน ร.ศ.128 ครั้งทรงประพาสที่เมืองตะกั่วป่า

วันที่ 20 เมษายน ร.ศ.128 เรือถลางถอนสมอออกเดินทางจากปากแม่น้ำระนอง มาตามทางทะเล มาเข้าแม่น้ำตะกั่วป่า แม่น้ำก็มีที่งาม ๆ น่าดูตลอดมา มีเขาทั้งสองข้างและมีการเกาะเป็นอันมาก มีบางเกาะที่มีเหมืองแร่ดีบุก เช่น เกาะพระทอง เป็นต้น กำหนดตามโปรมแกรมว่าบ่าย ๆ จะมาถึงเมืองตะกั่วป่า แต่เรือพาลี ซึ่งนำหน้าเรือถลางลงมานั้น เดินอยู่ข้างจะช้ามาก เพราะฉะนั้นกว่าจะทอดสมอที่หน้าเมืองตะกั่วป่าก็ค่ำเห็นไฟที่ตลาดครึกครื้นน่าดูมาก พอเรือทอดสมอ พระยาเสนานุชิต ผู้ว่าราชการเมืองตะกั่วป่า ลงมาเฝ้าเรือ เชิญเสด็จขึ้นเมือง เวลาทุ่มเศษ….ฯลฯ

วันที่ 21 เมษายน ร.ศ.128 อำเภอตลาดใหญ่ เมืองตะกั่วป่า เวลาเช้า จวน 4 โมงเสด็จลงเรือดำรงรัฐจากเรือถลาง แล่นขึ้นมาตามลำน้ำ มาในระหว่างเกาะ ซึ่งมีเรียงรายอยู่ทั้งสองข้าง ผมได้ยินท่านเจ้าคุณเทศาท่านว่ามีดีบุกแทบทุกเกาะ แต่ไม่มีใครได้ร่อนเพราะได้ไม่คุ้มโสหุ้ย ที่จะต้องเสีย ฯลฯ…
เวลาบ่ายโมงถึงท่า เสด็จทรงขึ้นพระเก้าอี้หามขึ้นมาพลับพลาทางประมาณ 20 เส้น ขึ้นจากท่าผ่านไป ริมกำแพงบ้านพระยาตะกั่วป่า เก่าชำรุดทรุดโทรมหมดแล้ว ทางข้างซ้ายถนนที่ดินยังเป็นที่ลุ่มและเห็นได้ว่าเป็นลำน้ำเก่า มีหม้อเรือไฟของพระยาตะกั่วป่าทิ้งอยู่หม้อหนึ่ง ซึ่งเป็นพยาน ปรากฏอยู่ว่า แม่น้ำได้เคยขึ้นมาถึงตรงนั้น ทำให้เห็นได้ชัด การที่ทำลายเขาทำเหมืองแร่ขุดดีบุก เป็นอันตรายแก่ลำน้ำมาก พ้นบ้านพระยาตะกั่วป่าไปถึงตลาด มีตึกแถวอย่างจีนอยู่สองข้างถนน..ที่ตลาดใหญ่นี้รู้สึกว่าเป็นเมืองมากกว่าเมืองใหม่ ซึ่งได้ขึ้นไปดูเมื่อคืน ที่นี่ตึกกว้านบ้านช่องมีมากกว่า ผู้คนก็ดูแน่นหนา ที่เมืองใหม่นั้นช่างสมชื่อเมืองตะกั่วป่าจริง ๆ คือมีตะกั่ว (ดีบุก) ทั่วไปทั้งเกาะ และสวนป่าก็เห็นอยู่มากกว่าบ้าน เมื่อคืนนี้เวลาประทับอยู่ที่จวนผู้ว่าราชการได้ยินเสียงกวางร้องอยู่ในป่า ได้ยินถนัดทีเดียว จนเข้าใจได้ว่าป่าอยู่ใกล้มาก สมควรแล้วที่จะเรียกว่า เมืองตะกั่วป่า…ฯลฯ

วันที่ 22 เมษายน ร.ศ. 128
…สิ่งสำคัญที่เสด็จไปทอดพระเนตรในวันนี้ คือ พระนารายณ์เทวรูป ซึ่งตั้งอยู่บนพลับพลาประทับร้อน เทวรูปพระนารายณ์ตั้งอยู่กลาง ข้างขวามือมีรูปเทพธิดานั่ง ซึ่งบางทีจะเป็นพระลักษมี ข้างซ้ายมีอีกรูปหนึ่งแปลไม่ออกว่าเป็นรูปพระเจ้าองค์ใด เทวรูปทั้งสามนี้ทำจากศิลา สลักข้างทรงดูเป็นอย่างแบบอินเดียแท้ จึงเข้าใจว่าเป็นนายช่างฝ่ายมัชฌิมประเทศเป็นผู้ทำ…ฯลฯ

วันที่ 23 เมษายน ร.ศ.128
…เสวยแล้วเสด็จขึ้นไปทอดพระเนตรพระนารายณ์เทวรูปบนยอดเขาพระเหนอ เทวรูปองค์นี้ทำด้วยศิลาทราย บัดนี้หักเสียเป็น 2 ท่อน หักเฉพาะที่เอ ถ้าไม่หักคงจะสูงราว 5 ศอก เครื่องสนิมพิมพาภรณ์ไม่วิจิตรเหมือนองค์ที่เขาเวียง แต่ฝีมือทำกล้ามเนื้อดี เหมือนคน… จากคลองเหนอได้ทรงเรือเสด็จไปทอดพระเนตรทุ่งตึก ซึ่งอยู่ในเกาะคอเขา ตรงกันข้ามกับที่ตั้งเมืองใหม่ ที่นี่ไม่มีอะไรดูนอกจากเนินดิน ขุดลงไปพบอิฐแผ่นใหญ่ ๆ ชนิดเดียวกันที่เห็นบนยอดเขาพระเหนอ…ฯลฯ

วันที่ 24 เมษายน ณ.ศ.128 พระราชนิพนธ์ในวันนี้เล่าถึงบรรยากาศภายในเรือ และการเดินทางออกจากตะกั่วป่า ไปยังเมืองถลาง (ภูเก็ต)
ที่อยู่ ตะโลา.คอม