"...การทำงานด้วยน้ำใจรักต้องหวังผลงานนั้นเป็นสำคัญ
แม้จะไม่มีใครรู้ใครเห็นก็ไม่น่าวิตก
เพราะผลสำเร็จนั้นจะเป็นประจักษ์พยานที่มั่นคง
ที่พูดเช่นนี้เหมือนกับสอนให้ปิดทองหลังพระ
การปิดทองหลังพระนั้นเมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องปิด
ว่าที่จริงแล้วคนโดยมากไม่ค่อยชอบปิดทองหลังพระกันนัก
เพราะนึกว่าไม่มีใครเห็นแต่ถ้าทุกคนพากันปิดทองข้างหน้า
ไม่มีใครปิดทองข้างหลังเลย พระจะเป็นพระที่งามสมบูรณ์ไม่ได้..."
พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในงานพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2506
ทรงเตือนสติทุกคนให้ทำงานด้วยความตั้งใจ ด้วยความรู้ความสามารถ
และความสุจริต แม้งานที่ทำนั้นอาจไม่มีผู้ใดทราบ
แต่เมื่อเป็นงานที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมและประเทศชาติแล้ว
ควรที่จะทำแม้เป็นการทำในลักษณะปิดทองหลังพระก็ตาม
เพราะถ้าทุกคนคิดแต่จะปิดทองหน้าพระ ทำงานเอาหน้า
ทำอะไรต้องมีผู้รู้ผู้เห็นก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องนัก
รวมทั้งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วน
นอกจากนี้แล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราโชวาท
เป็นการเตือนสติข้าราชการทุกคน เนื่องในโอกาสวันข้าราชการพลเรือน 1 เมษายน
2533 ให้ทำงานโดยคำนึงถึงผลงานที่ปฏิบัติมากกว่าผลประโยชน์อย่างอื่น
เหมือนดังเช่นการปิดทองหลังพระ
"...ในการปฏิบัติราชการนั้น
ขอให้ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่ อย่านึกถึงบำเหน็จรางวัลหรือผลประโยชน์ให้มาก
ขอให้ถือว่าการทำหน้าที่ที่สมบูรณ์เป็นทั้งรางวัลและประโยชน์อย่างประเสริฐ
จะทำให้บ้านเมืองของเราอยู่เป็นสุขและมั่นคง..." |