วันนี้มีโอกาสลงใต้อีกครั้งหลังจากห่างเหินไป 1 เดือน ฮิๆๆ....นานจังเลยนะ..Trip นี้จะพาไปเที่ยวไหนดีหน่อมีเวลาตั้ง 4 วันเต็มๆ เอาเป็นว่าเราตามไปดูสถานที่ที่ลงในหนังสือ มุมมองใหม่เมืองไทย ของ ททท ก็แล้วกัน....เพื่อนๆ หลายคนคงจะคิดไม่ออกแน่เลยว่ามันหนังสือเล่มไหนวะ...ภาษาปะกิจเขาเรียกว่า..."Unseen in Thailand" นะถึงบางอ้อแล้วยัง

   เริ่มต้นวันแรกด้วยท้องฟ้าสีครามอันสดใสของชายฝั่งทะเลอันดามันแต่ก็ไม่มีเวลาได้ชมสักเท่าไหร่เพราะต้องรีบไปรับคุณแม่ Gobbel และ Veronika ที่สนามบินภูเก็ต ขับรถออกจากตะกั่วป่ามาตามเส้นทางหมายเลข 4 พอมาถึงจุดชมวิวเขาหลักก็อดไม่ได้ที่จะต้องจอดลงไปทักทายถ่ายรูปทุกครั้ง ยิ่งถ้าวันไหนอากาศดีๆ ก็จะมองออกไปไกลถึงหมู่เกาะสิมิลันเลยละ ใช้เวลาประมาณ 1.5 ชมก็ถึงสนามบินภูเก็ต ทุกอย่างตรงตามเวลา หลังจากเครื่องลงเอาสำภาระต่างๆ ขึ้นรถเรียบร้อยก็รีบออกเดินทางเข้าภูเก็ตทันที
   สถานที่แรกที่เราต้องแวะก็คือวัดพระผุด หรือ วัดพระทองของดีคู่เมืองชาวถลาง เป็นพระประธานที่กล่าวขนานกันว่าไม่มีเหมือนที่ใดในโลก ใครทุกข์โศกไปกราบไหว้ก็สัมฤทธิ์ผลบันดาลให้ตามปรารถนา หนึ่งใน สถานที่ที่ลงแนะนำในหนังสือมุมมองใหม่เมืองไทย

   วัดพระทอง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำ ที่โผล่เพียงพระเกตุมาลาขึ้นมาจากพื้นดิน โดยมีตำนานเล่าว่าเดิมบริเวณที่ตั้งวัดนี้เป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์ มีเลี้ยงควาย นำเชือกล่ามควายไปผูกกับหลักที่โผล่มาจากพื้นดิน โดยไม่ทราบว่าหลักที่โผล่มานั้นคือ พระเกตุมาลาของพระพุทธรูป หลังจากนั้นเด็กก็ล้มเจ็บและตายลงในที่สุด พ่อของเด็กฝันว่าที่เด็กตายเพราะนำเชือกล่ามควายไปผูกกับพระเกตุมาลาของพระพุทธรูปจึงชักชวนชาวบ้านช่วยกันขุดหาก็พบจริงแต่ไม่สามารถขุดขึ้นมาได้ ต่อมาในสมัยพระเจ้าปดุงกษัตริย์พม่ายกพลมาตีเมือง ถลาง เมื่อ พ.ศ.2328 ทหารพม่าก็พยายามขุดพระผุด เพื่อนำกลับพม่าแต่ไม่สำเร็จ กลับโดนฝูงแตนไล่ต่อยต่อมาชาวบ้านจึงก่อพระพุทธรูปครึ่งองค์ครอบไว้ดังปรากฏอยู่ทุกวันนี้
   นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของ "พิพิธภัณฑสถานวัดพระทอง" เป็นที่รวบรวมโบราณวัตถุข้าวของเครื่องใช้ของชาวภูเก็ต เช่น "จังซุ่ย" เสื้อกันฝนชาวเหมืองแร่ดีบุกรองเท้า

หลังไหว้พระขอพรเรียบร้อยก็เดินทางต่อ โดยใช้เส้นทาง 4030 ถลาง-บางเทา ระหว่างทางแวะจิบกาแฟในภูเก็ตลากูนา ภายในมีร้านค้าขายของที่ระลึก ร้านอาหาร และที่ถูกใจมากก็คือมุมกาแฟริมทะเลสาบ

   ออกจากภูเก็ตลากูนามาตามเส้นทาง 4025 บางเทา-แหลมสิงห์ แล้วเลี้ยวเข้า 4233 ซึ่งเส้นนี้สามารถขับไปจนถึงจุดใต้สุดของเกาะภูเก็ต เป็นเส้นทางคดเคี้ยวและขึ้นเขาลงเขาไปตามชายฝั่งต้านตะวันตกของเกาะภูเก็ต ระหว่างทางผ่านสถานที่เที่ยวหลายแห่ง เช่น

หาดกมลา ภูเก็ต-แฟนตาซี

   หาดป่าตอง มีลักษณะเป็นอ่าวโค้งกว้าง เหมาะสำหรับการเล่นกีฬาทางน้ำทุกชนิด และนับเป็นหาดที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากที่สุดในภูเก็ต อาทิ สถานที่พัก บริษัทนำเที่ยว ศูนย์การค้า แหล่งบันเทิง เป็นต้น

   จุดชมวิวกะตะ-กะรน จากหาดในหานไปหาดกะตะน้อยตามเส้นทางถนนรอบเกาะ จุดชมวิวจะอยู่ระหว่าง 2 หาดนี้จากจุดนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเวิ้งอ่าวถึง 3 อ่าว คือ หาดกะตะน้อย หาดกะตะ และหาดกะรนซึ่งเป็นทัศนียภาพที่สวยงามมาก

   แหลมพรหมเทพ เป็นแหลมที่มีหน้าผาสูงอยู่ทางใต้สุดของเกาะภูเก็ต เดิมชาวบ้านเรียกแหลมนี้ว่า "แหลมเจ้า" จากริมหน้าผามีแนวต้นตาลลาดลงสู่แหลมที่เป็นโขดหิน มองเห็นน้ำทะเลสีเขียวมรกตเป็นกระแสน้ำวนและลึกไกลออกไปจะเห็นเกาะแก้วพิสดาร อยู่ด้านหน้าแหลม และทางขวาจะมีถนนตัดไปหาดในหาน แหลมพรหมเทพนับเป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง

   เที่ยวไป เที่ยวมาชักจะหิวแล้วละ จากแหลมพรหมเทพ ขับรถลงเขามาทางหาดราไวย์ ใช้เส้นทาง 4024 มาเลื่อยๆ จนถึงวงเวียนห้าแยกฉลอง วนขวานับแยก1 แยก2 พอถึงแยกที่3 ขับเข้าไปสัก ประมาณ 300เมตรก็เจอทางเช้าร้านอาหาร กันเอง ทานอาหารพร้อมกับชมอากาศยามบ่าย อาหารพื้นบ้านน่าลองเช่น ห่อหมกไข่ปลา, น้ำพริกกุ้งเสียบ....ลองสั่งเอาเองก็แล้วกันถ้ามีโอกาส....

   หลังอาหาร ก็เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ยังมีที่สำคัญอีกแห่งที่ต้องแวะก็คือ วัดฉลอง ว่ากันว่าใครมาภูเก็ตแล้วไม่ได้มาไหว้ หลวงพ่อช่วง หลวงพ่อแช่มที่วัดฉลอง แสดงว่ามาไม่ถึงภูเก็ต

  สุดท้ายขอแนะนำถ้ามีโอกาสอย่าพลาดภูเก็ต-แฟนตาซีรอบกลางคืน เป็นฝีมือคนไทยที่น่าชื่นชมมากๆ การแสดงที่ใช้นักแสดงจำนวนมากและสัตว์น่ารักๆ เช่นช้าง เป็ด ไก่ แกะ....ล้วนแล้วแต่เป็นของจริงทั้งนั้น การแสดงทั้งหมดห้ามถ่ายภาพ แต่ถ้าจะเก็บเป็นความทรงจำที่ดีๆ ก็ไม่ห้ามครับ...

พอแล้วนะวันนี้....พรุ่งนี้จะพาไปลงเขื่อนเชี่ยวหลาน