ดาวเรือง
มีชื่อสามัญว่า
Marigolds
ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tagetes spp.
อยู่ในวงศ์ Compositae
มีถิ่นกำเนิดในประเทศเม็กซิโก
ดาวเรือง
ที่พบเห็นและปลูกในปัจจุบันมี 5 ชนิด คือ :
1. Tagetes erecta หรือ
ดาวเรืองอเมริกัน เป็นดาวเรืองชนิดต้นสูง ดอกใหญ่ ปลูกได้ ตลอดปี
ถ้าปลูกในช่วงฤดูหนาวจะใช้เวลาเพียง 60 - 65 วัน
แต่ถ้าปลูกในช่วงฤดูร้อนจะออกดอกช้าลง 10 - 15 วัน
2. Tagetes patula หรือ
ดาวเรืองฝรั่งเศส เป็นดาวเรือง ชนิดต้นเตี้ย ดอกเล็ก ปลูกได้เฉพาะฤดูหนาว
และออกดอกดกมาก แต่ถ้าปลูกในฤดูร้อนจะเฝือใบ ไม่ออกดอก
3. Triploid Marigold
หรือ ดาวเรืองนักเก็ต (Nugget Marigolds) เป็นดาวเรืองลูกผสม
ที่เกิดจากดาวเรืองอเมริกัน กับดาวเรืองฝรั่งเศส ลูกผสมที่ได้มีโครโมโซม
3 ชุด ออกดอกเร็ว และดอกบานทน ทั้งนี้เพราะดอกเป็นหมัน
4. Tagetes tenuifolia
หรือ Tagetes signata pumila หรือ ดาวเรืองซิกเน็ต (Signet Marigold)
เป็นดาวเรืองชนิดต้นเตี้ย ดอกจิ๋ว นิยมปลูกมากในยุโรป มีพุ่มใหญ่
ออกดอกดก ขนาดดอกเล็กมาก เส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 1 นิ้ว
กลีบดอกชั้นเดียว
5. Tagetes filifolia
หรือ ดาวเรืองใบ (Foliage Marigold) เป็นดาวเรืองที่มีใบสวยงามมาก
ใบสวยเด่นกว่าดอก พุ่มต้นแน่น เหมาะสำหรับปลูกตามขอบแปลง
นอกจากได้พันธุ์สำหรับปลูกเป็นพืชสีและพันธุ์ที่สามารถผลิตสารแอลฟ่าเทอรีอีนิลในปริมาณสูง
เพื่อใช้ประโยชน์ในการป้องกันกำจัดไส้เดือนฝอยในแปลงปลูกพืชเศรษฐกิจแล้ว
ยังคัดเลือกได้พันธุ์ที่มีหน่วยก้านดี
มีคุณลักษณะเหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้ตัดดอก ไม้กระถาง
และไม้ดอกประดับอาคารสถานที่ และสวนสาธารณะได้อีกจำนวนหนึ่ง
หลังจากได้ศึกษาวิจัยในรายละเอียดตลอดจนเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการผลิตดาวเรืองเพื่อประโยชน์การประดับในรูปแบบต่าง
ๆ ตลอดจนจัดทำโปรแกรมการผลิตเชิงธุรกิจเรียบร้อยแล้ว ในปี พ.ศ. 2524 ได้ทะยอยเผยแพร่งานวิจัยสู่เกษตรกรและประชาชนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
และเผยแพร่เต็มรูปแบบในปี พ.ศ. 2525
โดยจัดโปรแกรมการผลิตดาวเรืองในรูปแบบของ "ไม้ตัดดอก"
ให้เกษตรกรสามารถตัดดอกจำหน่าย ตรงตามกำหนดเวลาที่ต้องการในเทศกาลต่าง ๆ
ในรอบปีได้อย่างแม่นยำที่สุด
อีกทั้งได้จัดพิมพ์คู่มือการผลิตแจกจ่ายพร้อมทำแปลงสาธิตให้เกษตรกรเข้าไปสัมผัสด้วยตัวเองในงานวันเกษตรแห่งชาติที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วิทยาเขตกำแพงแสน ในเดือนกุมภาพันธ์ 2526
ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากเกษตรกรเป็นอย่างมาก
จึงเริ่มมีการปลูกดาวเรืองตัดดอกการค้าอย่างจริงจัง
นับแต่บัดนั้นตราบจนทุกวันนี้
สืบเนื่องจากโครงการวิจัยเรื่อง
"Research on Cultivated Crops and Wild Plant for Dye Production in the
Highlands of Northern Thailand" ระหว่างปี พ.ศ. 2519 - 2522
ซึ่งได้รับทุนจาก ARS, USAID ผ่านโครงการเกษตรที่สูง
ได้ศึกษาทั้งพืชป่าและพืชปลูกหลายชนิดเพื่อนำมาใช้เป็นสีผสมอาหาร
ทั้งอาหารคน และอาหารสัตว์
จากการวิเคราะห์ปริมาณแซนโตฟิล
และแคโรทีน ในกลีบดอกดาวเรืองสดและแห้งหลายสิบพันธุ์ 4 กลุ่มคือ
กลุ่มดอกสีเหลือง สีเหลืองอมส้ม สีส้มและสีแดง
พบว่ากลุ่มดอกสีส้มเหมาะสำหรับปลูกเป็นพืชสีมากที่สุด ได้แก่ พันธุ์ทอรีดอร์,
ออเรนจ์เลดี้, ปั้มกิ้นครัช และอะพอลโล โดยมีปริมาณแซนโตฟิล 15,249.54,
13,751.34, 13,376.79 และ 13,323.32 ppm. ตามลำดับ
นอกจากจะนำไปใช้ประโยชน์เป็นสีผสมอาหารสำหรับมนุษย์แล้ว
ผลงานวิจัยนี้ยังนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ โดยเฉพาะอาหารไก่
เพื่อเพิ่มความเข้มสีของไข่แดง และผิวหนังไก่
ขณะนี้มีการปลูกดาวเรืองเพื่อผลิตดอกดาวเรืองแห้ง
เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอาหารไก่อย่างกว้างขวาง
มีพื้นที่ปลูกโดยเฉลี่ยประมาณปีละหนึ่งถึงสองหมื่นไร่
ทั้งนี้เพราะประเทศไทยมีภูมิประเทศ ภูมิอากาศ
ตลอดจนทรัพยากรนานัปการครบถ้วนสมบูรณ์
สามารถปลูกดาวเรืองได้ตลอดทั้งปีทั่วทั้งประเทศ
ที่สำคัญคือผลพลอยได้จากธุรกิจนี้ กล่าวคือ
หลังจากเก็บเกี่ยวดอกดาวเรืองหมดต้นแล้ว
เกษตรกรจะได้ประโยชน์จากต้นและรากของดาวเรืองซึ่งสามารถผลิตสารแอลฟ่าเทอรีอีนิล
(a - terthienyl) ได้จำนวนหนึ่ง สามารถป้องกันกำจัดไส้เดือนฝอยในดิน
โดยการไถกลบทั้งต้นและรากลงในแปลงปลูกพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ
ที่มีปัญหาจากไส้เดือนฝอยในดิน อาทิ ยาสูบ มะเขือเทศ สตรอเบอรี่
และเยอบีร่า เป็นต้น
เนื่องจากดอกดาวเรืองที่ได้จากการปลูกตามคู่มือที่ได้รับแจก
ออกดอกตรงตามเวลาที่เกษตรกรกำหนดและตรงกับความต้องการของตลาด
มีดอกขนาดใหญ่ ก้านดอกยาว คุณภาพดีเยี่ยม สม่ำเสมอกันทุกต้นทุกดอก
จำหน่ายได้ราคาดีมาก ผลตอบแทนสูงกว่าพืชอื่น ๆ เกษตรกรจึงขนานนามว่า "ดาวเรืองเกษตร"
นับว่าเป็นเกียรติแก่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อย่างยิ่ง
ปัจจุบันนี้
มีการปลูกดาวเรืองเป็นไม้ตัดดอก ไม้กระถาง และไม้ประดับแปลง ในโอกาสต่าง
ๆ อย่างกว้างขวาง
โดยเฉพาะในวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เพราะสีเหลืองทองของดอกดาวเรืองพันธุ์ส่งเสริมเป็นสีประจำวันพระราชสมภพ
และทุกสมัยที่มีการหาเสียงเลือกตั้ง เกษตรกรจะมีรายได้งดงามมาก
เพราะผู้สมัครทุกคนนิยมพวงมาลัยดอกดาวเรือง
ทั้งนี้เพราะสีเหลืองทองเป็นสีแห่งชัยชนะ
จึงกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้เปิดศักราชการผลิตและการบริโภคดาวเรือง
สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรนับพันล้านบาทต่อปี
แหล่งที่มา: สมเพียร เกษมทรัพย์ และ คณะภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์