กาลิเลโอ คีนิ จิตรกร 2 แผ่นดิน ผู้รังสรรค์งาน จิตรกรรมในพระที่นั่งอนันตสมาคม

“พระที่นั่งอนันตสมาคม” พระที่นั่งหินอ่อนที่งดงาม มีอายุเกือบร้อยปี เป็นพระที่นั่งที่ชาวไทยภาคภูมิใจ ด้วยสถาปัตยกรรมร่วมสมัยแบบอิตาเลียนเรอเนสซองส์ ที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ช่างชาวอิตาเลียนเป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้างและตกแต่งภายใน!! โดยเฉพาะภาพจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงาม ซึ่งได้ถ่ายทอดเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และพระราชกรณียกิจสำคัญๆ นับแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1-รัชกาลที่ 6 ความวิจิตรงดงามตระการตาทั้งหมดนั้น ล้วนเป็นฝีมือของศิลปินระดับโลกชาวอิตาเลียน นามว่า “กาลิเลโอ คีนิ”

“กาลิเลโอ คีนิ” ศิลปินชาวอิตาเลียนที่ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ชาติไทย ว่าเป็นจิตรกรสองแผ่นดิน ในฐานะผู้ รังสรรค์ผลงานจิตรกรรมประดับท้องพระโรง พระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งเป็นมรดกศิลป์อันทรงคุณค่า ทางประวัติศาสตร์ที่น่าย้อนรำลึกเป็นอย่างยิ่ง

“ด้วยพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่จะสร้างพระที่นั่งขึ้น เพื่อเป็นที่รับรองแขกเมือง และใช้สำหรับประชุมปรึกษาราชการแผ่นดิน การที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างในอิตาเลียนสไตล์ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะพระราชนิยมส่วนพระองค์ และทรงไม่ปิดกั้น ติดอยู่กับรูปแบบขนบธรรมเนียมเดิมๆ หรือถ้ามองทางปัจจัยทางการเมือง อาจมีส่วนที่สยามเจอภาวะคุกคาม เลยมีความจำเป็นให้เห็นถึงอารยธรรมที่รุ่งเรืองในประเทศ พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ จ้างช่างอิตาเลียนมาสร้างพระที่นั่งแห่งนี้”

ผศ.ดร.หนึ่งฤดี โลหผล หัวหน้าสาขาวิชาภาษาอิตาเลียน ภาควิชาภาษาตะวันตก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ผู้ศึกษาค้นคว้าชีวิตและผลงานของศิลปินชื่อก้องโลก “กาลิเลโอ คีนิ” มานานถึง 16 ปี ได้ย้อนรอยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับพระที่นั่งองค์นี้ให้ได้ทราบกัน “กาลิเลโอ คีนิ” เป็นจิตรกรที่มีช่วงชีวิตในปี พ.ศ.2416-2499 เป็นชาวเมืองฟลอเรนซ์ กำพร้าพ่อแม่ด้วยวัยเพียง 12 ปี ได้ก้าวสู่โลกแห่งศิลปะด้วยการเริ่มฝึกงานกับ “ดาริโอ คีนิ” ผู้เป็นลุง ซึ่งเห็นแววความสามารถและสนับสนุนให้เข้าเรียนศิลปะการตกแต่งที่ ร.ร.ศิลปะซานตา โครเซ ในเมืองฟลอเรนซ์ หลังจากที่เรียนจบและมีโอกาสได้พัฒนาฝีมือด้วยการทำงานกับศิลปินมืออาชีพแล้ว “กาลิเลโอ คีนิ” ก็ได้เริ่มเป็นศิลปินอิสระ โดยได้ฝากผลงานสร้างชื่อเสียงในระดับโลกไว้มากมาย

 

เส้นทางของ “กาลิเลโอ คีนิ” สู่สยามประเทศ สืบเนื่องจากปี พ.ศ.2450 เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯประพาสยุโรป ครั้งที่ 2 โดยมีจุดเริ่มต้นจากการที่พระองค์ได้เสด็จฯไปในงานศิลปะนานาชาติในนิทรรศการ “เวนิส เบียนนาเล” ที่เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี และได้ทอดพระเนตรห้องนิทรรศการเล็กที่มีภาพจิตรกรรมประดับอาคาร “ห้องแห่งความฝัน” ผลงานของ “กาลิเลโอ คีนิ” เป็นรูปเด็กเดินท่ามกลางการรายล้อมของพืชพรรณต่างๆ หลังจากนั้นก็ทรงมีพระบรมราชโองการให้เชิญ “กาลิเลโอ คีนิ” มารับงานตกแต่งพระที่นั่งองค์ใหม่ในพระนคร

“ตามหลักฐานที่เพิ่งค้นพบล่าสุด เป็นพระราชหัตถเลขาของรัชกาลที่ 5 ในหอสมุดแห่งชาติ ทรงเขียนมอบหมายให้เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) ผู้ซึ่งเป็นแม่กองจัดการก่อสร้างพระที่นั่งอนันตสมาคม จัดหาศิลปินคนใหม่จากอิตาลีมาเขียนพระที่นั่งแห่งใหม่นี้แทนคนเก่า คือ เชซาเร เฟร์โร จิตรกรที่เขียนพระที่นั่งอัมพรสถาน ซึ่งเจ้าพระยายมราชได้ให้นายคาร์โล อัลเลกริ นายช่างใหญ่วิศวกรชาวอิตาเลียน ประจำกรมโยธาธิการเป็นผู้ประสานงาน การติดต่อใช้เวลาเพียงไม่นาน ก็ได้มีการทำสัญญาว่าจ้าง ในปี พ.ศ.2453 ซึ่งเป็นช่วงปลายรัชสมัยแล้ว ที่โปรดเกล้าฯให้ 'กาลิเลโอ คีนิ' มารังสรรค์งานศิลป์ในพระที่นั่งอนันตสมาคมทั้งหมด” จากนั้นในเดือนสิงหาคม ปี พ.ศ. 2454 “กาลิเลโอ คีนิ” ศิลปินชาวฟลอเรนซ์วัย 38 ปี ก็ได้เดินทางด้วยเรือเดินสมุทรสายยุโรปตะวันออก Deflinger มาสู่สยามประเทศ ซึ่งตรงกับปีแรกของรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 และได้เริ่มสร้างผลงานครั้งยิ่งใหญ่ในสยามประเทศ

“ในตอนนั้น 'คีนิ' เป็นศิลปินที่มีชื่อเสียง มีงานในอิตาลีเยอะแยะ การที่เขาเลือกมาทำงานถวายรัชกาลที่ 5 เพราะเขาถือว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่ง และนับเป็นการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ เพราะจะต้องทิ้งลูก 2 คน ที่กำลังเล็ก รวมถึงทิ้งงานและชื่อเสียงในประเทศมาทำงานต่างแดนในระยะเวลา 30 เดือน โดยเขามีสิทธิที่จะเลือกทีมงาน หรือผู้ช่วย อาทิ ช่างปิดทอง ช่างทำปูน แต่ทั้งหมดอยู่ภายใต้ การดูแลของเจ้าพระยายมราช โดย 'คีนิ' ได้รับค่าแรงซึ่งจ่ายเป็นเดือน รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 1 แสน 5 หมื่นฟรังซ์ ซึ่งตอนนั้นอัตราแลกเปลี่ยน 1 บาทต่อ 1 ฟรังซ์” การเป็นคนต่างชาติและเข้ามาเป็นช่างเขียนภาพในราชสำนัก “กาลิเลโอ คีนิ” จึงได้รับการถ่ายทอดเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ไทยจาก “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์” (พระเจ้าน้องยาเธอในรัชกาลที่ 5) ซึ่งมีส่วนควบคุมการสเกตช์ภาพ เพื่อให้เรื่องราวถูกต้องแม่นยำ ดังนั้น ภายในระยะเวลากว่า 2 ปีกับภารกิจที่ได้รับ

“กาลิเลโอ คีนิ” ได้ ศึกษาค้นคว้าเรื่องราวต่างๆ เพื่อถ่ายทอดลงสู่งานจิตรกรรมฝาผนังแบบปูนเปียก หรือ “เฟรสโก” ในพระที่นั่งอนันตสมาคม แล้ว เขายังได้ซึมซับวิถีไทยอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่การใช้ชีวิตปะปนอยู่กับชาวบ้าน ณ บ้านพักในตรอกวัดสามพระยา ถนนจักรภพ รวมทั้งได้ศึกษาขนบธรรมเนียมประเพณี พระราชพิธีทางราชสำนัก รวมทั้งเรื่องการแต่งกายของไทยอีกด้วย “กาลิเลโอ คีนิ มีความตั้งใจมากในการทำงานจิตรกรรมในพระที่นั่งอนันต์ จะเห็นได้จากการศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองสยาม ผ่านภาพถ่ายที่เขาสะสม ตลอดถึงภาพร่างแบบ หรือภาพที่วาดขึ้น ด้วยการศึกษาและเตรียมงานเป็นจำนวนมาก อย่างภาพบนโดมในพระที่นั่งอนันต์ที่เกี่ยวกับยุคสมัยรัชกาลที่ 1 ขณะเสด็จฯกลับจากสงครามในเขมร 'คีนิ' ก็ต้องศึกษาและดูรูปลักษณ์ของช้าง จากภาพถ่ายช้างศึกอยู่หลายภาพ เพื่อมาเป็นต้นแบบ และภาพเหล่านี้จะสะท้อนประวัติศาสตร์ เช่น ภาพยุคสมัยรัชกาลที่ 5 สะท้อนให้เห็นสยามเปิดประเทศสู่โลกภายนอก ซึ่งมีทั้งเรือสำเภา และความศิวิไลซ์ในการเลิกทาส”

ด้วยความตั้งใจนี้ทำให้งานรุดหน้าและเสร็จสิ้นก่อนกำหนด “กาลิเลโอ คีนิ” จึงเดินทางกลับบ้านเกิด ด้วยประสบการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ในต่างแดนนี้ กลายเป็นแรงบันดาลใจที่มีอิทธิพลต่อการรังสรรค์งานศิลปะของเขาในเวลาต่อมาอีกด้วย “เมื่อคีนิกลับไปอิตาลีแล้ว ปีถัดมา เขาได้ห้องส่วนตัว เพื่อจัดแสดงผลงานในงานนิทรรศการเวนิส เบียนนาเล มีภาพ “ความทรงจำแห่งสยาม” ซึ่งเป็นภาพเมืองสยามในยุคนั้น เป็นการถ่ายทอดให้เห็นว่า เมืองสยามเป็นดินแดนที่เปี่ยมไปด้วยพลังและมีอารยธรรม มีความรุ่งเรือง เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความประทับใจของ 'กาลิเลโอ คีนิ' ที่มีต่อประเทศไทย ในระหว่างที่เขาได้เข้ามาทำงาน นอกจากนี้ ความทรงจำและความประทับใจของเขาที่มีต่อเมืองไทย ยังถูกถ่ายทอดไปสู่ลูกหลานอีกด้วย”

พระที่นั่งอนันตสมาคมเปิดให้เข้าชมแล้ว

ที่อยู่ ตะโลา.คอม info.takola@yahoo.com Tel.: 02 - 246 4357 Fax: 02 - 641 9253