
ช่วงปลายฝนต้นหนาวประมาณต้นเดือนพฤศจิกายนของทุกปี
ในบริเวณสองข้างทางรถไฟช่วงตั้งแต่ที่หยุดรถเขาหินดาษไปจน
ถึงสถานีเขาหินซ้อน ( กม.140-145 ) จะมีพืชไร่ "ทานตะวัน"
ของชาวไร่จังหวัดลพบุรี/สระบุรีออกดอกเหลืองอร่ามไปทั่วท้องทุ่ง
นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับทุ่งทานตะวันที่กำลังเบ่งบานเหลืองอร่ามสะพรั่งไปทั้งหุบเขาสองข้างทางรถไฟ
จากนั้นจะเดินทางไปชม ความงามใกล้กับเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
ซึ่งเกิดจากโครงการก่อสร้างทางรถไฟทดแทนช่วงที่ถูกน้ำท่วม
ตามโครงการพัฒนาลุ่มแม่น้ำป่าสัก อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ก่อให้เกิดภูมิทัศน์ที่สวยงามตื่นตายิ่งนัก
โดยเฉพาะเวลาที่ขบวนรถไฟวิ่งผ่าน ทำให้ดูคล้ายขบวนรถไฟวิ่งอยู่บนผิวน้ำ
หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "รถไฟลอยน้ำ"
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ตั้งอยู่ ณ
บ้านหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี
เป็นเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
ซึ่งแม่น้ำป่าสักมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 13 ในจำนวน 25
ลุ่มน้ำของประเทศไทย เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำประมาณ 14,520 ตารางกิโลเมตร
มีลักษณะของลุ่มน้ำแคบเรียวยาว แหล่งต้นน้ำอยู่จังหวัดเลย ลำน้ำมีความยาว
513 กิโลเมตร ไหลผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์ ลพบุรี สระบุรี
และมาบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยประมาณ 2,400 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริเมื่อ 19 กุมภาพันธ์
พ.ศ. 2532
ให้กรมชลประทานศึกษาความเหมาะสมของโครงการเขื่อนกักเก็บน้ำแม่น้ำป่าสักอย่างเร่งด่วน
เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพื่อประโยชน์ต่อพื้นที่เพาะปลูก และ
บรรเทาปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นประจำในลุ่มน้ำป่าสัก
เป็นผลสืบเนื่องมายังเขตกรุงเทพมหานคร และเขตปริมณฑลด้วย
ซึ่งนำความเดือนร้อนมาให้ราษฎร์เกือบทุกปี ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม
พ.ศ. 2536 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำรัส
เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนพรรษา
เกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ำของกรมชลประทานว่า
หากเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปัจจุบัน ก็สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง
และขาดแคลนน้ำให้กับประชาชนได้ จะต้องก่อสร้างเขื่อน 2 แห่ง
ที่แม่น้ำป่าสัก
และแม่น้ำนครนายก
ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ดำเนินการ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2537
โครงการนี้ใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2537 - 2542
และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาพระราชทานนามเขื่อนนี้ว่า
"เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์" อันหมายถึง
"เขื่อนแม่น้ำป่าสักที่เก็บกักน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ"
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ได้เริ่มเก็บกักน้ำครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน
พ.ศ. 2541 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบดีราชกุมารี
ได้ทรงพระกรุณาเสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานในพิธี
เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีลักษณะเป็นเขื่อนดิน แกนดินเหนียว ความยาวประมาณ
4,860 เมตร ระดับกักเก็บน้ำสูงสุดที่ +43.00 เมตร
เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ปริมาณกักเก็บน้ำ 960 ล้านลูกบาศก์เมตร
และมีอาคารระบายน้ำ 3 แห่ง คือ
- อาคารระบายน้ำล้น
ระบายน้ำได้สูงสุดวินาทีละ 3,900 ลูกบาศก์เมตร
-
อาคารท่อระบายน้ำลงลำน้ำเดิม ระบายน้ำได้สูงสุดวินาทีละ 80
ลูกบาศก์เมตร
-
อาคารท่อระบายน้ำฉุกเฉิน ระบายน้ำได้สูงสุดวินาทีละ 65 ลูกบาศก์เมตร
การก่อสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 23,36 ล้านบาท
เป็นค่าก่อสร้าง ด้านชลประทาน 7,831 ล้านบาท
งบประมาณแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม 15,505 ล้านบาท
โครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสักอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ได้ก่อสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และงานอื่น ๆ
ซึ่งเป็นส่วนประกอบเสร็จสมบูรณ์และ
เพื่อเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติในวาระที่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ในวันพฤหัสบดีที่ 25
พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 .....เอารูปมาฝาก