กระบวนพยุหยาตราชลมารค
ในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา

เรือพระราชพิธีและประเพณีเห่เรือ

เรือพระราชพิธีและประเพณีเห่เรือ ถือเป็น "มรดกทางวัฒนธรรม" ซึ่งบรรพบุรุษได้เนรมิตสร้างสรรค์ไว้ให้แก่อนุชนรุ่นหลัง เป็นความงามทางศิลปะซึ่งยากที่ชาติใดในโลกจะสรรค์สร้างได้เสมอเหมือน เรือพระราชพิธีเป็นงานศิลปะอันทรงคุณค่าสูง ด้วยฝีมือเชิงศิลป์อันประณีต แสดงถึงศิลปะการช่างอย่างเป็นเอก และได้สร้างสมจนเป็นขนบธรรมเนียมประเพณี อันเป็นความภูมิใจของคนไทยในชาติอย่างที่สุด เรือพระราชพิธี มิใช่เพียงสมบัติของชาติไทยเท่านั้น แต่เป็นสมบัติอันล้ำค่าของโลกด้วย

เรือพระราชพิธีรังสรรค์ขึ้นด้วยศิลปะหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นศิลปะนาวาสถาปัตยกรรมในการออกแบบรูปทรงลำเรืออันบรรเจิดตระการตา พร้อมประโยชน์ใช้สอยอย่างสมบูรณ์ ศิลปะจิตรกรรมในการออกแบบลวดลาย ซึ่งมีสีสันสวยสดงดงาม รวมทั้งท่วงท่าอันประณีตอ่อนช้อยแต่สง่าภูมิฐาน และศิลปะประติมากรรม อันได้แก่ การแกะสลักอย่างมีมิติตื้นลึก มีแสงและเงา มีท่วงทำนองการทอดจังหวะของลวดลาย ทำให้ท่อนไม้ไร้ชีวิตดูเคลื่อนไหวได้ราวกับมีชีวิตจริง และยามพายกระทบน้ำและแสอาทิตย์หรือแสงจันทร์ก็ก่อเกิดประกายงามระยับจับตา ฝีพายท่านกบิน เมื่อพายพร้อมกันจะดูประหนึ่งหงส์เหินโผผินบินเหนือท้องน้ำด้วยท่วงท่าอันสง่างาม และเมื่อประกอบกับกาพย์เห่เรืออันไพเราะประทับใจ เรือพระราชพิธีจึงเป็นดั่งภาพสวรรค์เคลื่อนคล้อยลอยเลื่อนมายังพื้นน้ำ เมื่อผู้ใดได้เห็นภาพเช่นนี้ย่อมจะต้องรู้สึกประทับใจอย่างมิรู้ลืม

ฉะนั้น กระบวนเรือพระราชพิธีจึงเป็นวัฒนธรรมชิ้นเอกของโลก ด้วยความอุตสาหะวิริยะและความชาญฉลาดของบรรพบุรุษที่ได้สร้างสรรค์และสืบสานมรดกทางปัญญาอันสูงค่าชิ้นนี้ ให้ลูกหลานได้ภูมิใจและอนุรักษ์ให้เจริญถาวรต่อไปชั่วนิรันดร

กาพย์เห่เรือซึ่งเป็นบทร้อยกรองอันไพเราะเพราะพริ้ง ได้รับการประพันธ์ขึ้นอย่างสละสลวย ไม่ว่าจะเป็นการเห่เรือกระบวนหลวงของเจ้าฟ้า เจ้าแผ่นดิน การเห่เรือของเจ้านายและขุนนาง ในโอกาสที่จะเดินทางไปทอดกฐินตามวัดต่าง ๆ ในเวลากลางวัน และนัดกันไปทอดผ้าป่าในเวลากลางคืน การเห่เรือจึงไม่เพียงแต่ทำให้เกิดจังหวะการพายที่พร้อมเพรียงกัน หากยังแสดงถึงกิจกรรมอันรื่นรมย์หรรษาอีกด้วย

กระบวนพยุหยาตราชลมารคจะปรากฏแก่สายตาชาวไทยและชาวโลกอีกครั้งหนึ่ง ในงานพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 จะตราตรึงอยู่ในความทรงจำของทุกคนถึงความสง่างามและยิ่งใหญ่ของกระบวนพยุหยาตราชลมารคไปตราบนานเท่านาน

กระบวนเรือพระราชพิธี

กระบวนพยุหยาตราชลมารค ประกอบด้วย เรือทั้งสิ้น 52 ลำ ได้แก่

  •     - เรือพระที่นั่ง จำนวน 4 ลำ ได้แก่ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์

         - เรือรูปสัตว์ จำนวน 12 ลำ ได้แก่ เรือครุฑเหินเห็จ เรือครุฑเตร็จไตรจักร เรืออสุรวายุภักษ์ เรืออสูรปักษี เรือพาลีรั้งทวีป เรือสุครีพครองเมือง เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรือกระบี่ราาญรอนราพณ์ เรือเอกไชยเหินหาว เรือเอกไชยหลาวทอง เรือเสือทะยานชล และเรือเสือคำรณสินธุ์

         - เรืออื่น ๆ จำนวน 36 ลำ ได้แก่ เรือกลองนอก เรือกลองใน เรือทองขวานฟ้า เรือทองบ้าบิ่น และเรือดั้ง (22 ลำ) เรือแซง (7 ลำ) เรือตำรวจ (3 ลำ)
     
  • การจัดริ้วกระบวน แบ่งออกเป็น 5 ริ้ว ความยาวกระบวน 1,280 เมตร กว้างประมาณ 90 เมตร ใช้กำลังพลฝีพาย 2,082 นาย
     
  • เริ่มต้นกระบวนที่ท่าวาสุกรี สิ้นสุดกระบวนที่วัดอรุณราชวราราม รวมระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ประชาชนทั่วไปสามารถชมกระบวนเรือได้บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตามเส้นทางที่กระบวนเรือผ่าน

แหล่งที่มา : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

เรือพระราชพิธี  (The Royal Barges of Thailand)
เรือพระราชพิธี วันที่ 12 มิถุนายน 2549 ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

เก็บรูปมาผาก 02 พฤศจิกายน 2550

           
ที่อยู่ ตะโลา.คอม info.takola@yahoo.com Tel.: 02 - 246 4357 Fax: 02 - 641 9253