พระที่นั่งเวหาศจำรูญ




     หลังจากห่างหายไปเสียหลายวัน วันนี้ก็มีโอกาสพาเพื่อนๆ ออกตระเวนเที่ยวทั่วไทยกันอีกแล้วครับ แต่งานนี้ก็ไม่ได้ไปไหนไกลมากนัก ไปแถวใกล้ๆ กรุงเทพนี้เอง ช่วงหน้าร้อนแบบนี้ ใครๆ อาจจะมองข้ามสถานที่แบบนี้ไปบ้าง เพราะคงจะมุ่งหน้าไปยังแถวๆ ชายทะเลเพื่อหลบลมร้อนกัน แต่ผมก็เลือกที่จะทำอะไรแหวกแนว หลบเลี่ยงผู้คน และรถราที่ติดขัด มาพักผ่อนแบบสบายๆ แถมได้บุญด้วยการเข้าวัดเข้าวาไหว้พระอีกต่างหาก...สำหรับสถานที่ที่จะพาทุกท่านไปเที่ยวในครั้งนี้ ก็คือจังหวัดอยุธยา เมืองเก่าของเราแต่ก่อนนี่เองครับ
     สำหรับงานนี้ จริงๆ ไม่ได้วางแผนไว้ แต่พอดีมีเพื่อนมาเยี่ยม เป็นชาวเยอรมัน มาเมืองไทยแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ปี แต่ไม่เคยแม้จะไปเที่ยววัดพระแก้วและ สถานที่สำคัญ ๆ แม้แต่แห่งเดียว ทุกครั้งที่มาก็คือ "ทะเลใต้" อย่างเดียว ก็เลยต้องพาไปดูวัฒนธรรมซะบ้าง
     เราออกเดินทางกันด้วยรถยนต์ส่วนตัวในตอนสายๆ ใช้เวลาไม่นาน กทม-อยุธยา-บางปะอิน ขับไปสักพักก็กลับรถใต้สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วขับตามเส้นทางอันคดเคี้ยวเล็กน้อยเลียบแม่น้ำไปเรื่อยๆ เพื่อมุ่งหน้าไปยัง เป้าหมายแรก คือศูนย์ศิลปะชีพบางไทร ดูนก ดูปลา และหมู่บ้านสี่ภาค น่าเสียดายเงียบมากๆ แทบจะไม่มีนักท่องเที่ยวเลย การแสดงต่างๆ เหมือนเมื่อก่อนก็ไม่มีให้เห็นแล้ว...จากนั้นก็ขับรถต่อไปยัง พระราชวังบางปะอิน
     เรามาถึงพระราชวังบางปะอินประมาณบ่ายๆ ที่นี่มีที่จอดรถกว้างขวางสะดวกสบาย แดดก็กำลังเริ่มร้อนพอดี นักท่องเที่ยวกำลังทยอยเดินทางมาเยี่ยมชมกัน ก็มีทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งส่วนมากนิยมมาเที่ยวกันเป็นครอบครัว การเข้าชมพระราชวังบางปะอิน เสียค่าเข้าชมคนละ 20 บาทสำหรับคนไทย และคนละ 100 บาทสำหรับชาวต่างชาติ อ้อ...! แล้วต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อยเหมือนกับการเข้าชมวัดพระแก้วด้วยครับ หลังจากที่จ่ายค่าเข้าชมเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มลุยกันเลย ....
     หลังจากเดินผ่านประตูทางเข้าตรงมาเรื่อยๆ ก็จะพบกับ กระโจมแตร โดดเด่นอยู่ริมสระน้ำ จุดนี้เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูปกันมาก ตรงข้ามกับกระโจมแตร คือ พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ ซึ่งเป็นพระที่นั่งแบบจัตุรมุข สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 ตั้งอยู่กลางสระน้ำ ภายในพระที่นั่งประดิษฐานพระบรมรูปหล่อสำริดของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในฉลองพระองค์เต็มยศจอมพลทหารบกด้วย
 

     จากกระโจมแตร ถัดไปทางด้านซ้ายมือ ข้ามสะพานใหญ่สีขาว ก็พบกับ พระที่นั่งวโรภาษพิมาน ซึ่งเป็นพระที่นั่งทรงตึกชั้นเดียว สร้างในสไตล์ยุโรป พระที่นั่งองค์นี้ใช้เป็นที่ประทับเมื่อมีการเสด็จแปรพระราชฐานที่พระราชวังบางปะอิน ภายในประดับภาพเขียนสีน้ำมัน ภาพพระราชพงศาวดารประกอบโคลงบรรยายต่างๆ

      จากพระที่นั่งวโรภาสพิมาน เราเดินข้ามสะพานออกไปทาง ประตูเทวราชครรไล ซึ่งเป็นประตูทางเข้าเขตพระราชฐานชั้นใน ซึ่งประกอบไปด้วยที่ประทับ พลับพลา และศาลาต่างๆ มากมาย ทั้งหมดถูกสร้างขึ้นด้วยศิลปะในแบบตะวันตกและตะวันออกที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ในพระราชอุทยานขนาดใหญ่ อาทิ พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร ซึ่งเป็นพระที่นั่งเรือนไม้สองชั้นแบบชาเล่ต์ของสวิส ภายในตกแต่งแบบยุโรป, พระที่นั่งเวหาศจำรูญ ซึ่งเป็นพระที่นั่งสองชั้นสร้างในศิลปะแบบจีนอย่างดงาม, หอวิฑูรทัศนา ซึ่งเป็นหอสูงยอดมน ตั้งอยู่กลางเกาะในพระราชอุทยาน และอนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ซึ่งเป็นอนุสรณ์ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น จากการเสด็จทิวงคตเนื่องจากเรือพระที่นั่งประสบอุบัติเหตุล่มลงกลางแม่น้ำเจ้าพระยา