บนเส้นทางแห่งการพักผ่อนของกรุงเทพฯ-ชะอำ
ยังมีสถานที่แห่งหนึ่งอันเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมอันล้ำค่านาม
"พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน" เป็นอาคารไม้ที่งดงามยิ่ง
สร้างขึ้นด้วยไม้สักทองทั้งหลัง
ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติของพรรณไม้ร่มรื่นและหาดทรายขาวสะอาดตา
ผสานเสียงเกลียวคลื่นดังกระทบฝั่งอยู่เป็นระยะๆ
นับเป็นบรรยากาศที่สงบและรื่นรมย์
ดุจดังแต่กาลก่อนเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชนิเวศน์แห่งนี้ขึ้นเมื่อพุทธศักราช 2467
พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำรวจตระเวนชายแดนค่ายพระรามหก
และเมื่อผู้ไปเยือนเข้าไปตามเส้นทางที่มุ่งสู่หาดทราย
ก็จะได้สัมผัสบรรยากาศอันเงียบสงบและร่มรื่นของพระราชนิเวศน์อันงดงามแห่งนี้
ซึ่งประกอบด้วยหมู่พระที่นั่งใหญ่ 3 องค์ ปลูกเรียงรายไปตามแนวชายหาด
ทุกองค์สร้างอย่างแบบยุโรป
แต่ปรับให้เข้ากับภูมิอากาศของไทยที่ร้อนชื้นได้เป็นอย่างดี
นับตั้งแต่ใต้ถุนที่โปร่งโล่ง เปิดรับลมทะเลที่พัด
เข้าสู่หมู่พระที่นั่งให้ความเย็นสบายตลอดวัน
หลังคาทรงปั้นหยาซึ่งกันแดดและฝนได้ดี
กระเบื้องมุงหลังคาทำด้วยซีเมนต์เคลือบสีแดง
แนวระเบียงเชื่อมองค์พระที่นั่งทั้งสามอย่างฝรั่ง ที่เรียกว่า คัฟเวอร์
เวย์ (Cover Way) ให้ความสะดวกสบายและปลอดภัยในการสัญจรไปมา
ไม่ต้องเดินขึ้นลงบันไดบ่อยๆ พื้นระเบียงและพระที่นั่งทำด้วยไม้สักลงเงา
ดูโอ่อ่าสวยงามยิ่ง เพดาน ใช้คานไม้ดัดโค้งบรรจุระหว่าง
ช่วงเสาทุกช่วงตลอดแนวระเบียง เพิ่มความอ่อนช้อยให้กับพระราชนิเวศน์
เช่นเดียวกับสถาปัตยกรรมยุโรปซึ่งจัดจังหวะโค้งของวงกบหน้าต่างตอนบน
ให้ความอ่อนหวาน และยังคงได้รับความนิยมสืบมาจนถึงปัจจุบัน
เสาตอม่อคอนกรีตที่รองรับพระราชนิเวศน์ มีด้วยกันถึง 1,080 ต้น
โคนเสาแต่ละต้นจะหล่อน้ำไว้เพื่อป้องกันมดและแมลงขึ้นอาคาร
แสดงถึงภูมิปัญญาไทยในสมัยก่อนที่รู้จักใช้วิธีธรรมชาติมาป้องกันมดปลวกโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยสารเคมีอันตรายเช่นสมัยปัจจุบัน
ภายในพระราชนิเวศน์ แบ่งออกเป็นสามส่วนด้วยกัน
หมู่พระที่นั่งด้านในสุดเป็นเขตของฝ่ายในนั้น มีพระที่นั่งองค์สำคัญคือ
พระที่นั่งสมุทรพิมาน เป็นที่ประทับของ พระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี
พระวรราชชายา ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้ตามเสด็จแปรพระราชฐานมาประทับครั้งแรกเมื่อ
พ.ศ.2467
หมู่พระที่นั่งตรงกลาง
เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ประกอบด้วยห้องต่างๆ
สำหรับประทับสำราญพระราชอิริยาบถ ทรงใช้เป็นที่บรรทมและทรงพระอักษร
มีชื่อว่า พระที่นั่งพิศาลสาคร
จากพระที่นั่งองค์นี้มีสะพานยาวไปถึงห้องเปลี่ยนฉลองพระองค์หรือประทับเล่นที่ชายหาด
พระที่นั่งสำคัญอีกองค์หนึ่ง คือ พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์
เป็นอาคารโถงสองชั้นเปิดโล่ง ไม่กั้นฝา
ใช้สำหรับเป็นสถานที่ประชุมในโอกาสต่างๆ และเป็นโรงละครสำหรับจัดแสดงละคร
ซึ่งบทละครเหล่านี้
ส่วนใหญ่เป็นบทพระราชนิพนธ์ตามที่ทรงโปรดและทรงเชี่ยวชาญทั้งสิ้น
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จมาประทับ ณ
พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสุวัฒนาฯ
อีกครั้งระหว่างวันที่ 12 เมษายน ถึงวันที่ 20 มิถุนายน 2468
การเสด็จครั้งนี้เสมือนหนึ่งการเสด็จมาเพื่ออำลาพระราชนิเวศน์ที่ทรงรักโดยแท้
เพราะเมื่อเสด็จกลับพระนครแล้ว ต่อมาไม่นานก็เสด็จสวรรคต
จากวันนั้นนับเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลาร่วม 70 กว่าปีแล้ว
พระราชนิเวศน์ได้ถูกทอดทิ้งจนทรุดโทรมลงเป็นลำดับ
จนกรมตำรวจได้เข้ามาดูแลเป็นการถาวร โดยใช้เป็นที่ตั้ง กองกำกับการ 1
กองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
และได้ทำการบูรณะซ่อมแซม ปลูกต้นไม้เพิ่มเติมจนงดงามร่มรื่น
วันนี้ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน
ได้เผยความงามอันล้ำค่าจากงานฝีมือของช่างไทยและช่างยุโรปในอดีต
ผสมผสานมาเป็นงานสถาปัตยกรรมอันงดงามนุ่มนวล
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปเยี่ยมเยือน
และควรแก่การทะนุถนอมหวงแหนเป็นมรดกล้ำค่าของอนุชนชาวไทยสืบไป
พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เปิดให้เข้าชมทุกวัน
วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00 - 16.00 น.
วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 08.0017.00 น.
ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 15 บาท ชาวต่างประเทศ 100 บาท
รับผู้เข้าชมเป็นหมู่คณะ ต้องทำหนังสือถึงผู้กำกับการกองบังคับการฝึกพิเศษ
ค่ายพระรามหก อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
โทร. (032) 508033, 508026, 508208