ช่วงหน้าฝนนี้ไม่ได้ไปไหนมากมายส่วนใหญ่จะอยู่แต่ใน กทม  ก็ไม่ค่อยจะมีอะไรมาฝากนอกจาก...วัด...วัง...ที่มีอยู่มากมายใน กทม

พระที่นั่งวิมานเมฆ

เป็นพระที่นั่งเรือนไม้สักทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นภายในพระราชวังดุสิต เมื่อปีพุทธศักราช 2443 เพื่อใช้ประทับแรมในวันที่ทรงว่างจากพระราชภารกิจ และได้ถูกปิดร้างหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเห็นคุณค่าทางสถาปัตยกรรม ศิลปวัตถุ และประวัติศาสตร์ ซึ่งประมาณค่ามิได้ของพระที่นั่งองค์นี้ ด้วยสายพระเนตรอันกว้างไกล จึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บูรณะซ่อมแซมพระที่นั่งวิมานเมฆ เพื่อจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนพระองค์ของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ประชาชนได้เข้าชมเป็นครั้งแรก ในโอกาสที่กรุงรัตนโกสินทร์มีอายุครบ 200 ปี เมื่อปีพุทธศักราช 2525

ในการบูรณะพระที่นั่งวิมานเมฆนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ได้มีพระราชเสาวนีย์ให้ดำเนินการซ่อมโดยรักษาสภาพเดิมของพระที่นั่งไว้ให้มากที่สุด โดยได้พระราชทานคำแนะนำและพระราชวินิจฉัยในเรื่องการจัดแต่งซ่อมแซมที่เป็นประโยชน์อย่างมาก ทรงทำความสะอาดเครื่องเรือนบางชิ้นด้วยพระองค์เองและพระราชทานเครื่องใช้ส่วนพระองค์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เช่น ชุดลายครามอักษรย่อพระปรมาภิไธย จ.ป.ร. และพระราชอาสน์ เป็นต้น มาไว้ในพระที่นั่งวิมานเมฆด้วย

พิพิธภัณฑ์รถม้าพระที่นั่ง

เป็นที่รวบรวมรถม้าพระที่นั่งโบราณซึ่งใช้ในสมัยรัชกาลที่ 5 รถม้าแต่ละคัน เคยร่วมในพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ มีความสง่าสวยงาม และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์


 

พระตำหนักสวนสี่ฤดู

เคยเป็นพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ สมเด็จพระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว


 

ตำหนักหอ

เป็นตำหนักแรกในวังบางขุนพรหม ซึ่งเป็นที่ประทับของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต พระราชโอรสในรัชกาลที่ 5 ทรงใช้เป็นที่ประทับภายหลังการอภิเษกสมรสกับหม่อมเจ้าประสงค์ สมไชยยันต์ เมื่อ 17 ส.ค. 2446

 

ในปี 2541 รัชกาลที่ 9 มีพระราชดำริให้รื้อย้ายตำหนักหอจากวังศุโขทัยมาปลูกสร้าง ณ พระราชวังดุสิต ปัจจุบันภายในตำหนักหอใช้เป็นที่จัดแสดงของใช้ส่วนพระองค์สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ซึ่งอัญเชิญมาจากวังศุโขทัย และจัดแสดงศิลปวัตถุเครื่องปั้นดินเผาสุโขทัย และอยุธยาที่จมอยู่ใต้ทะเลแถบตะวันออกและทางใต้ของไทย

พระที่นั่งอภิเศกดุสิต

ในเวลาเดียวกันกับที่ การก่อสร้างพระที่นั่งวิมานเมฆ กำลังดำเนินการอยู่นั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างท้องพระโรงขึ้น สำหรับวังสวนดุสิต พระราชทานชื่อว่า พระที่นั่งอภิเศกดุสิต เป็นพระที่นั่งไม้ชั้นเดียว หลังยาว อยู่ตรงหน้าพระที่นั่งวิมานเมฆ ทางทิศตะวันออก มีคลองร่องไม้หอมกั้นระหว่างพระที่นั่งทั้งสององค์อยู่ สถาปนิกผู้ออกแบบคือ พระสถิตย์นิมมานการ และมีพระยาราชสงคราม (กอน หงสกุล) เป็นนายงานก่อสร้างเช่นเดียวกัน กับพระที่นั่งวิมานเมฆ โดยเริ่มจับทำการตั้งแต่เดือนมิถุนายน รัตนโกสินทรศก 120 เป็นต้นมา และแล้วเสร็จเมื่อ ประมาณปลายรัตนโกสินทรศก 122

พระที่นั่งอภิเศกดุสิตนั้น เป็นสถาปัตยกรรมรุ่นเดียวกัน กับพระที่นั่งวิมานเมฆ กล่าวคือเป็นอาคารไม้ที่ได้รับอิทธิพล การก่อสร้างแบบตะวันตก มีลวดลายฉลุงดงามอย่างที่เรียกสถาปัตยกรรม ยุคนั้นว่า "ขนมปังขิง) หรือ ginger-bread องค์พระที่นั่งอภิเศกดุสิต แม้จะมีขนาดเล็ก แต่ก็งดงามด้วยฝีมือช่างอย่างเอก เริ่มตั้งแต่ฝีมือฉลุลายไม้ต่างๆ ลวดลายปูนปั้นหน้าบัน เป็นตราแผ่นดินที่มุขหน้า และมุขหลังของพระที่นั่ง หรือแม้กระทั่งกระจกสีเป็นลวดลายต่างๆ ที่คอสองของพระที่นั่ง ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่น่านับถือ ในฝีมือขอ่งช่างเหล่านั้นเป็นอย่างยิ่ง พระที่นั่งอภิเศกดุสิตนี้ ในสมัยต่อมาเมื่อ พระที่นั่งอนันตสมาคม ได้ใช้เป็นที่ประชุมรัฐสภาแห่งชาตินั้น พระที่นั่งอภิเศกดุสิต ได้ใช้เป็นที่ทำการของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภา ตลอดมาจนกระทั่งมีการสร้าง สำนักงานเลขาธิการรัฐสภา แห่งใหม่ขึ้น พระที่นั่งองค์นี้จึงได้เวนกลับมาอยู่ในความปกครองของสำนักพระราชวังอีกครั้งดังเดิม

เรือต่อรถ...รถต่อเรือ ช่วยเหลือชาติ
ศิลปะจีนในวัดไทย...ความแตกต่างที่ลงตัว
พระที่นั่งอนันตสมาคมเปิดให้เข้าชมแล้ว

ที่อยู่ ตะโลา.คอม